... ... ...

การขออนุญาตใช้เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย (N)

(ขอใช้เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย)

ช่องทางการให้บริการ

ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน

กรมเจ้าท่า กองกำกับการพาณิชยนาวี อาคาร 1 ชั้น 3 เลขที่ 1278 ถนนโยธา แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กทม. 10100 ติดต่อด้วยตนเอง ณ หน่วยงาน หรือโทร 0 2233 1311-8 ต่อ 403, 391

ระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ (e-Service)

สามารถสมัครใช้บริการได้ที่เว็บไซต์ โดยเลือกสมัครระบบที่ต้องการใช้งานในหัวข้อ "การแจ้งการใช้เรือไทย/เรืออื่นฯ/การชำระค่าธรรมเนียมพิเศษ"

5 วัน

1.
แบบคำขอรับหนังสืออนุญาต บรรทุกของหรือนำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทย (แบบ กกพ.๐๑) (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
ตัวอย่างเอกสาร: ดาวน์โหลด
2.
ใบสั่งซื้อ เลตเตอร์ออฟเครดิต สัญญาซื้อขาย หรือเอกสารหรือหลักฐานอื่นใดที่แสดงการได้มาซึ่งของนั้น (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
3.
เอกสารหลักฐานแสดงเหตุและความจำเป็นที่ไม่อาจจัดให้บรรทุกของดังกล่าวโดยเรือไทยได้ (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
4.
หนังสือแจ้งการมาถึงของของที่ได้รับอนุญาตให้บรรทุก โดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทย (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
ตัวอย่างเอกสาร: ดาวน์โหลด
5.
BILL OF LADING (B/L) (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
6.
ใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
7.
หนังสืออนุญาตให้บรรทุกของที่สั่งหรือนำเข้ามาจากต่างประเทศโดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทย (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
ประเภทการใช้เอกสาร: กรณีมีการถ่ายลำเรือ
ตัวอย่างเอกสาร: ดาวน์โหลด
8.
หนังสือมอบอำนาจ (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
ประเภทการใช้เอกสาร: กรณีที่มีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน
9.
หนังสือรับรองนิติบุคคล (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
10.
บัตรประชาชน (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
รายละเอียดเอกสาร: บัตรประชาชน
11.
หนังสือเดินทาง (ฉบับจริง 1 ฉบับ)
ประเภทการใช้เอกสาร: กรณีเป็นชาวต่างชาติ

ไม่มีค่าธรรมเนียม

หลักเกณฑ์ตามระเบียบกรมเจ้าท่าว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการอนุญาตให้บุคคลซึ่งสั่งหรือนำของเข้ามาจากต่างประเทศบรรทุกของนั้นโดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทย พ.ศ. ๒๕๖๔ กำหนดให้ผู้สั่งหรือนำเข้ามาจากต่างประเทศซึ่งของที่กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวีกำหนดให้บรรทุกโดยเรือไทย แต่ไม่อาจจัดให้ของนั้นบรรทุกโดยเรือไทยได้ ให้ยื่นคำขอรับหนังสืออนุญาตบรรทุกของดังกล่าวโดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทยต่อกรมเจ้าท่าไม่น้อยกว่าสิบวันก่อนวันที่ของนั้นจะบรรทุกลงเรือ ตามแบบฟอร์ม กกพ.๐๑ พร้อมเอกสารที่กำหนด โดยเส้นทางที่บังคับให้บรรทุกของโดยเรือไทย มีดังนี้ (1) ญี่ปุ่น (2) สาธารณรัฐเกาหลี (3) ไต้หวัน (4) เขตบริหารพิเศษฮ่องกง (5) สาธารณรัฐสิงคโปร์ (6) ราชอาณาจักรนอรเว ราชอาณาจักรสวีเดน ราชอาณาจักรฟินแลนด์ ราชอาณาจักร เดนมาร์ก สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ สาธารณรัฐไอร์แลนด์ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ราชอาณาจักรเบลเยี่ยม สาธารณรัฐฝรั่งเศส ราชอาณาจักรสเปน สาธารณรัฐโปรตุเกส และสาธารณรัฐอิตาลี (7) สหรัฐอเมริกา (8) สาธารณรัฐประชาชนจีน (9) สหพันธรัฐมาเลเซีย ผู้ยื่นขออนุญาตใช้เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย แบ่งเป็น 4 กรณี ดังนี้ 1. กรณีส่วนราชการ องค์การของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เป็นผู้สั่งของจากต่างประเทศ เองให้หน่วยราชการดังกล่าวเป็นผู้ยื่นคำขอ กรณีที่หน่วยราชการดังกล่าวสั่งและนำเข้าของจากต่างประเทศและได้มอบหมายให้ผู้รับจัดการขนส่งหรือบุคคลอื่นใดดำเนินการเกี่ยวกับการสั่งและนำเข้าของนั้น ให้ผู้รับจัดการขนส่งหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ยื่นคำขออนุญาตบรรทุกของดังกล่าวโดยเรืออื่นแทนหน่วยงานดังกล่าว 2. กรณีบุคคลอื่นสั่งหรือนำเข้าของจากต่างประเทศเพื่อส่วนราชการ เช่น กรณีหน่วยงานราชการสั่งซื้อของจากตัวแทนภายในประเทศและตัวแทนได้สั่งของนั้นไปยังต่างประเทศ เป็นต้น ให้บุคคลนั้นเป็นผู้ยื่นคำขอ 3. กรณีบุคคลซึ่งเป็นคู่สัญญากับส่วนราชการ องค์การของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เป็นผู้สั่งและนำเข้าของจากต่างประเทศ เพื่อปฏิบัติตามสัญญากับส่วนราชการดังกล่าวให้บุคคลซึ่งเป็นคู่สัญญาเป็นยื่นคำขอ 4. กรณีบุคคลอื่นสั่งและนำเข้าของจากต่างประเทศมาเพื่อบุคคลซึ่งเป็นคู่สัญญากับส่วนราชการ องค์การของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจนั้นเพื่อปฏิบัติตามสัญญากับหน่วยราชการดังกล่าว ให้บุคคลดังกล่าวเป็นผู้ยื่นคำขอ ทั้งนี้ การอนุญาตให้ใช้เรืออื่นที่มิใช่เรือไทยจะออกหนังสืออนุญาตให้กับผู้สั่งและนำเข้าของจากต่างประเทศ วิธีการและเงื่อนไขในขออนุญาตใช้เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย 1) การยื่นขออนุญาตก่อนของลงเรืออื่นที่มิใช่เรือไทยที่เมืองท่าต้นทางในเส้นทางบังคับ 1. ให้ยื่นคำขอตามแบบ กกพ.๐๑ เพื่อขอรับหนังสืออนุญาตบรรทุกของที่สั่งหรือนำเข้ามาจากต่างประเทศโดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทยต่อกองกำกับการพาณิชยนาวี ไม่น้อยกว่า 10 วัน ก่อนวันที่ของนั้นจะบรรทุกลงเรือพร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนด กรณีที่ไม่สามารถยื่นคำขอรับหนังสืออนุญาตบรรทุกของดังกล่าวต่อกรมเจ้าท่าได้ภายในกำหนดเวลา ให้ยื่นเอกสารแสดงเหตุผลความจำเป็นที่ไม่สามารถยื่นคำขอภายในกำหนดเวลาดังกล่าวมาด้วย และกรณีนี้จะต้องยื่นที่กรมเจ้าท่าไม่น้อยกว่าสามวันทำการ 2. กรมเจ้าท่าจะอนุญาตตามคำขอได้ในกรณีดังนี้ (1) ภายในสองวันนับแต่วันที่ของนั้นพร้อมจะบรรทุกลงเรือ ไม่มีเรือไทยที่จะรับบรรทุกของมายังปลายทางในประเทศไทยได้ทันกำหนดเวลาที่ผู้ส่งของจำเป็นต้องใช้ของนั้น (2) ภายในสองวันนับแต่วันที่ของนั้นพร้อมจะบรรทุกลงเรือ แม้มีเรือไทยที่จะรับบรรทุกของมายังประเทศไทยทันกำหนดเวลาที่ผู้ส่งของจำเป็นต้องใช้ของนั้น แต่เรือไทยดังกล่าวไม่มีระวางพอที่จะบรรทุกนั้นได้ทั้งหมด ในกรณีเช่นนี้จะอนุญาตให้บรรทุกของโดยเรืออื่นได้เฉพาะส่วนที่เรือไทยไม่อาจรับบรรทุกได้ เว้นแต่ของนั้นเป็นของที่โดยสภาพหรือประเพณีทางการค้า และการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศไม่อาจแบ่งแยกจากกันในการบรรทุกได้ จึงอนุญาตให้บรรทุกของนั้นทั้งหมดโดยเรืออื่น (3) ของนั้นมีสภาพ น้ำหนัก ขนาด หรือวิธีการขนส่งที่ไม่เหมาะสมกับลักษณะของเรือไทยที่เดินอยู่ในเส้นทางนั้น (4) มีสนธิสัญญาหรือความตกลงใดที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศ ซึ่งการบรรทุกของนั้นโดยเรือไทยจะเป็นการขัดต่อสนธิสัญญาหรือความตกลงนั้น (5) กรณีผู้ส่งของแสดงหลักฐานให้เห็นว่า ค่าระวางเรือไทย สูงกว่าเรือต่างชาติเกินว่าร้อยละสิบ (6) กรณีผู้ส่งของแสดงหลักฐานให้เห็นว่า การบรรทุกของตามที่กำหนดโดยเรือไทยจะทำให้สินค้ามาถึงปลายทางในประเทศไทยล่าช้ากว่าเรืออื่นเกินกว่าสิบสี่วัน (7) มีเหตุจำเป็นอย่างอื่นซึ่งสมควรอนุญาตให้บรรทุกของนั้นโดยเรืออื่นได้เป็นกรณีพิเศษ โดยขั้นตอนอนุญาตจะตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่แสดงเหตุผลความจำเป็นที่ไม่สามารถใช้เรือไทยและจะตรวจสอบว่ามีเรือไทยสามารถรับขนของตามที่ผู้ยื่นคำขอได้หรือไม่ หากเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ข้างต้นจะออกหนังสืออนุญาตให้กับผู้ยื่นคำขอ หากมีเรือไทยแจ้งรับขนของดังกล่าวได้จะออกหนังสือไม่อนุญาตให้กับผู้ขอ ทั้งนี้ การออกหนังสืออนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ใช้เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย กรมเจ้าท่าจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขออนุญาตทราบทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือโทรศัพท์ ภายในห้าวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอ ถ้าผู้ขอไม่ได้รับแจ้งผลภายในกำหนดเวลาห้าวันให้ถือว่าได้รับอนุญาตให้บรรทุกของโดยเรืออื่นได้ กรณีที่ออกหนังสืออนุญาตจะกำหนดเงื่อนไขไว้ ดังนี้ -กำหนดให้ผู้รับหนังสืออนุญาตต้องใช้เรือไทยกรณีที่มีการขนส่งรับช่วง (ถ่ายลำ) ก่อนมาถึงเมืองท่าในประเทศไทย ดังนั้น กรณีที่ผู้รับอนุญาตจะใช้เรืออื่นที่มิใช่เรือไทยบรรทุกของ ณ เมืองท่าขนส่งรับช่วง ผู้รับหนังสืออนุญาตจึงต้องยื่นคำขออนุญาตใหม่อีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะบรรทุกของลงเรือ ณ เมืองท่าที่มีการถ่ายลำ เช่นเดียวกับการขออนุญาตที่เมืองท่าต้นทาง --กำหนดให้ผู้รับอนุญาตต้องบรรทุกของตามรายการสินค้า ลงเรือ ณ เมืองท่า และช่วงเวลาที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น หากมีการเปลี่ยนแปลงต้องขออนุญาตใหม่ กรณีการออกหนังสือไม่อนุญาตจะกำหนดเงื่อนไขไว้ ดังนี้ (1) ในกรณีที่ไม่อนุญาตเนื่องจากกรมเจ้าท่าได้รับการแจ้งจากบริษัทเรือไทยว่า มีเรือไทยหรือเรือต่างประเทศซึ่งได้รับสิทธิและประโยชน์เช่นเดียวกับเรือไทย สามารถรับบรรทุกของมายังปลายทางในประเทศไทยได้ทันกำหนดเวลาที่ผู้ส่งของจำเป็นต้องใช้ของนั้น ถ้าปรากฏว่าบริษัทเรือไทยดังกล่าวไม่ได้บรรทุกของลงเรือจนเวลาล่วงพ้นไปไม่น้อยกว่าเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่ครบกำหนดเวลาที่บริษัทเรือไทยนั้นแจ้งไว้ต่อกรมเจ้าท่า ให้ถือว่าผู้ขออนุญาตได้รับอนุญาตให้บรรทุกของนั้นโดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทย แต่การอนุญาตดังกล่าวให้มีผลใช้ได้ตามกำหนดเวลาที่กรมเจ้าท่าระบุไว้ในหนังสือแจ้งการไม่อนุญาตเท่านั้น (2) ในกรณีที่ไม่อนุญาตเนื่องจากบริษัทเรือไทยแจ้งว่าสามารถให้บริการได้ตามกำหนดเวลาที่ผู้ส่งของประสงค์ให้บริษัทเรือไทยนั้นทำหนังสือรับรองแก่ผู้ส่งของว่าสามารถรับบรรทุกของมายังปลายทางในประเทศไทยได้ตามกำหนดเวลา หากบริษัทเรือไทยดังกล่าวไม่ออกหนังสือรับรองภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนับแต่เวลาที่แจ้งต่อกรมเจ้าท่า ว่าสามารถให้บริการรับบรรทุกของได้ ให้ถือว่าผู้ขออนุญาตได้รับอนุญาตให้บรรทุกของนั้นโดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทย แต่การอนุญาตดังกล่าวให้มีผลใช้ตามกำหนดเวลาที่กรมเจ้าท่า ระบุไว้ในหนังสือการแจ้งการไม่อนุญาตเท่านั้น” 2) การแจ้งเมื่อเรืออื่นที่มิใช่เรือไทยมาถึงเมืองท่าปลายทางในประเทศไทย ผู้ได้รับอนุญาตจะต้องแจ้งหนังสือแจ้งการมาถึงของของที่ได้รับอนุญาตให้บรรทุกโดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทย (แบบ กกพ.๐4) ต่อกรมเจ้าท่าทันทีที่ได้รับใบขนขาเข้าพร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่มจากกรมศุลกากร และเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบการขออนุญาตการแจ้งการใช้เรืออื่นว่าเป็นไปตามกฎหมายที่กำหนดในการใช้เรือไทยหรือไม่เป็นไปตามกฎหมาย อนึ่ง กรณีผู้สั่งและนำเข้าของที่กำหนดให้บรรทุกโดยเรือไทย โดยใช้เรืออื่นที่มิใช่เรือไทยบรรทุก โดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีบทลงโทษตามมาตรา 22 ให้ผู้ส่งของนั้นเสียค่าธรรมเนียมพิเศษ เท่ากับสองเท่าของค่าระวางสำหรับการรับขนของนั้นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นคำขอ และในการพิจารณาอนุญาต ให้ผู้สั่งและนำเข้ายื่นคำขอแบบ กกพ.๐๑ หรือแจ้งแบบ แบบ กกพ.๐4 แล้วแต่กรณี และแนบเอกสารหลักฐานทีกำหนด พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้มีอำนาจทุกหน้า หากมอบหมายให้มีผู้ทำการแทนต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจพร้อมติดอากรแสตมป์แนบมาด้วย โดยยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กองกำกับการพาณิชยนาวี ในวันและเวลาราชการ หรือยื่นผ่านเว็บไซต์ https://nsw.md.go.th การพิจารณาการแจ้งขออนุญาตตามแบบ กกพ.๐๑ เป็นการพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตใช้เรืออื่นที่มิใช่เรือไทยสำหรับการแจ้ง แบบ กกพ.๐4 เป็นการตรวจสอบความถูกต้องของการขออนุญาตใช้เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย หากผู้สั่งและนำเข้าปฏิบัติไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต ผู้สั่งและนำเข้าจะต้องชำระค่าธรรมเนียมพิเศษกรณีดังกล่าว

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

1. ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่องกำหนดเส้นทางเดินเรือที่ผู้สั่งหรือนำของเข้ามาจากต่างประเทศต้องบรรทุกของนั้นโดยเรือไทย สำหรับกรณีที่ทางราชการ องค์กรของรัฐ หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจเป็นผู้สั่งหรือนำเข้า

2. ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่องกำหนดเส้นทางเดินเรือที่ผู้สั่งหรือนำของเข้ามาจากต่างประเทศต้องบรรทุกของนั้นโดยเรือไทยสำหรับกรณีที่บุคคลซึ่งเป็นคู่สัญญากับทางราชการฯ หรือรัฐวิสาหกิจเป็นผู้สั่งหรือนำเข้า

3. ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง การปฏิบัติเกี่ยวกับการสั่งหรือนำเข้ามาจากต่างประเทศซึ่งของที่กำหนดให้บรรทุกโดยเรือไทย พ.ศ. 2551

4. พระราชบัญญัติส่งเสริมการพาณิชยนาวี พ.ศ. 2521

5. ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการพาณิชยนาวี เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการอนุญาตให้บุคคลซึ่งสั่งหรือนำของเข้ามาจากต่างประเทศบรรทุกของนั้นโดยเรืออื่นที่มิใช้เรือไทย (ฉบับที่ 9)

6. ระเบียบกรมเจ้าท่าว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการอนุญาตให้บุคคลซึ่งสั่งหรือนำของเข้ามาจากต่างประเทศบรรทุกของนั้นโดยเรืออื่นที่มิใช่เรือไทย พ.ศ. ๒๕๖๔

1.
การตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร
รายละเอียด: ผู้สั่งหรือนำเข้าหรือบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจให้กระทำการแทนยื่นแบบ กกพ.01 (หรือแบบกกพ.04 กรณีของถึงไทย) พร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนด เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารหลักฐาน
ระยะเวลา: 1 วัน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมเจ้าท่า
2.
การตรวจสอบ
ขั้นตอนย่อย: ตรวจสอบอื่นๆ
รายละเอียด: เจ้าหน้าที่ตรวจสอบไปยังบริษัทเรือไทยว่ามีเรือไทยสามารถรับขนได้หรือไม่ และให้แจ้งตอบกลับในการรับขนสินค้าภายใน ๒๔ ชม.
ระยะเวลา: 1 วัน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมเจ้าท่า
3.
-
รายละเอียด: เจ้าหน้าที่พิจารณาคำขอตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ระยะเวลา: 2 วัน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมเจ้าท่า
4.
การลงนาม/คณะกรรมการมีมติ
รายละเอียด: เสนอเรื่องอนุญาตหรือไม่อนุญาตต่ออธิบดีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายออกหนังสืออนุญาตหรือไม่อนุญาต
ระยะเวลา: 1 วัน
หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมเจ้าท่า
ระยะเวลารวม: 5 วัน

ไม่มีรายการใบอนุญาต

1.
ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี
เลขที่ 1 ถ.พิษณุโลก เขตดุสิต กทม. 10300 / สายด่วน 1111 / www.1111.go.th / ตู้ ปณ.1111 เลขที่ 1 ถ.พิษณุโลก เขตดุสิต กทม. 10300
2.
ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการทุจริตในภาครัฐ

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.)

- 99 หมู่ 4 อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค ชั้น 2 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120

- สายด่วน 1206 / โทรศัพท์ 0 2502 6670-80 ต่อ 1900 , 1904- 7 / โทรสาร 0 2502 6132

- www.pacc.go.th

3.
กระทรวงคมนาคม
ร้องเรียนผ่าน www.mot.go.th หัวข้อร้องเรียนร้องทุกข์
4.
กรมเจ้าท่า
ร้องเรียนผ่านจดหมาย ที่ กรมเจ้าท่า 1278 ถนนโยธา แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100 (วงเล็บมุมซองว่าร้องเรียน/ร้องทุกข์) หรือสายด่วน โทร. 1199

ไม่มีข้อมูล